วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 17:27 น. ผัวโทรสารภาพจากลาว ยันไม่ได้เจตนาฆ่าเมียสาว แค่พลั้งมือ หลังจับได้มีชายอื่นมาจีบ

loading...

 
loading...


จากเหตุการณ์ที่พบศพน.ส.รัตนา สัจธรรม อายุ 25 ปี นอนเสียชีวิตบนเตียงภายในบ้านเลขที่ 345 บ้านหนองผือ หมู่ 1 ต.หนองผือ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา สภาพศพมีรอยคล้ายถูกกดทับที่ลำคอ อาจทำให้เป็นเหตุจากการขาดอากาศหายใจ จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเหตุนายสาคร จำปานิล อายุ 30 ปีกลับมาจากทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะระแคะระคายว่ามีชายหนุ่มมาติดพันภรรยา โดยทั้งคุยพูดคุยกันในห้อง พอตกบ่ายเพื่อนบ้านไปเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ ขึ้นไปดูก็พบว่าน.ส.รัตนาเสียชีวิตแล้ว ส่วนนายสาครหายตัวไปไร้วี่แวว 

ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. พ.ต.อ.ปรัชญา คงสกุล ผกก.สภ.เขมราฐ กล่าวว่า ได้เข้าพูดคุยกับนางมอน จำปานิล มารดาของนายสาครที่อาศัยอยู่บ้านบ๋าฮี ต.หนองผือ ห่างจากหมู่บ้านเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร ให้การว่า ลูกชายได้โทรศัพท์เข้ามาพูดคุยว่า หลังเกิดเหตุได้หลบหนีข้ามไปเมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว เพื่อตั้งหลัก ขอคิดจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ดีหรือไม่ เพราะไม่มีเจตนาฆ่าเมียตนเอง

 พ.ต.อ.ปรัชญากล่าวว่า ตนจึงแจ้งให้นางม่อนช่วยเกลี่ยกล่อมบุตรชายให้มามอบตัว เจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรม เพราะจากการตรวจร่างกายของผู้เสียชีวิตไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายใดๆ แต่สาเหตุที่เสียชีวิต เพราะถูกกดทับที่บริเวณจมูกทำให้ขาดอากาศหายใจ จึงเชื่อว่านายสาครอาจใช้หมอนกดหน้าเมียด้วยความโมโหว่ามีชายอื่นมาจีบ โดยไม่มีเจตนาฆ่าให้ตาย จึงมีเหตุบรรเทาโทษ อย่างวไรก็ตาม หลังจากการสอบสวนพยานแวดล้อม พนักงานสอบสวนจะไปขอให้ศาลออกหมายจับนายสาครในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายไว้ก่อน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนที่มีข้อสงสัยนายสาครใช้สายไฟฟ้าต่อเข้ากับสวิตซ์ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้านแล้วนำมาจี้ชอร์ตภรรยาให้ถึงแก่ความตาย จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ไม่พบรอยไหม้ของสายไฟฟ้าที่ต่อพวงนำมาใช้ เนื่องจากภายในบ้านยังเดินสายไฟไม่เสร็จเรียบร้อยดี และเมื่อตรวจดูตามร่างกายของผู้เสียชีวิตก็ไม่พบร่องรอยการถูกจี้ด้วยไฟฟ้า





loading...
Share on Google Plus

About Khundy

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.
    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 comments:

Post a Comment