loading...

loading...
ระทึก! ตร.บางเขนดวลปืนจับ 2 โจ๋ซิ่งจยย.ดักทำร้ายน.ร.คู่อริกลาง ซ.รามอินทรา 39 เจอยิงสวนแขนทะลุล้มฟุบจมกองเลือดรวบตัวได้พร้อมปืนเถื่อน ตร.(ป) สน.บางเขน เผยครูเทคโนฯ ย่านรามอินทราแจ้งมีวัยรุ่น 2 คนมีพิรุธขับ จยย.มาวนดักยิงน.ร.จึงเข้าตรวจค้นโจ๋ซ้อนท้ายโดดหนีเข้าทางตันชักปืนจะยิง เปิดทางหนี แต่ช้ากว่าเจอยิงสวนโดนแขนทะลุก่อนคุมตัวส่งร.พ.รักษาอาการ แจ้งข้อหาดำเนินคดี
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.อ. สุเรวัช บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ธีรภัทร์ พงษ์เจริญธรรม ผบ.หมู่ (ป) สน.บางเขน และส.ต.ต.ก้องเกียรติ ทองเพ็ชร ผบ.หมู่ (ป.) สน.บางเขน ว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้ 2 คนหลังพยายามขัดขืนการจับกุมและยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัวจนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 39 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ. อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท. อำนาจ หาญชนะ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ สวป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่ เกิดเหตุภายในพื้นที่รกร้าง บริเวณกลางซอยดังกล่าว พบเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 คน เป็นเยาวชน ชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ขาว ทะเบียน 5 กท 8607 กรุงเทพมหานคร และผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายกิตติธร กิตวิทยาเดชา อายุ 18 ปี นอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 เข้าบริเวณต้นแขนขวาทะลุ 1 นัด ห่างออกไปพบอาวุธปืนเถื่อนไทยประดิษฐ์ตกอยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลย เดช เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน ซึ่งแพทย์รักษาอาการจนพ้นขีดอันตราย
ด.ต.ธีรภัทร์เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกับส.ต.ต.ก้องเกียรติออกปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งได้รับแจ้งจากทางคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ว่าให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยขี่รถ จยย.วนเวียนมีท่าทีมีพิรุธเกรงว่าจะเกิดอันตราย และเมื่อมาถึงช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 39 แยก 1 และแยก 3 ได้พบวัยรุ่น 2 คนขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายกันมาซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงขออนุญาตเพื่อเข้าตรวจค้นตามปกติ แต่ระหว่างนั้นผู้ซ้อนท้ายทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร จู่ๆ ได้รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงขี่รถ จยย.สายตรวจออกตามสกัดมาจนถึงพื้นที่รกร้างดังกล่าว ส่วนนายเอทางส.ต.ต.ก้องเกียรติควบคุมตัวเอาไว้
ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า ขณะนายกิตติธรจวนตัวและวิ่งมาถึงทางตันผู้ต้องหาได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อตน หวังจะยิงเปิดทางเพื่อหลบหนี แต่ระหว่างนั้นตนสามารถชักอาวุธปืนประจำกายได้เร็วกว่าก่อนยิงเพื่อป้องกัน ตัว กระทั่งกระสุนไปถูกเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาของผู้ต้องหาจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนก็ตกลงอยู่กับพื้น จากนั้นจึงประสานให้ทางอาสาสมัครมูลนิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.อ.อำนาจกล่าวว่า จากการสอบสวนนายเอรับสารภาพว่าพร้อมกับนายกิตติธรมาดักรอคู่อริซึ่งศึกษา อยู่ชั้นปีที่ 1 ภายในสถาบันดังกล่าว โดยผลัดกันซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนขณะนั้นเป็นผู้ซ้อนท้ายและถืออาวุธปืนพบคู่อริเดินออก มาแต่ไม่ได้ยิง เนื่องจากมีคนพลุกพล่านเกรงว่าคนอื่นจะถูกลูกหลง จึงให้นายกิตติธรขี่รถวนออกมาก่อนเปลี่ยนให้นายกิตติธรเป็นผู้ซ้อนท้าย กระทั่งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.เจริญกล่าวว่า ขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ซึ่งต้องมีความอดทนและต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการระงับเหตุ ซึ่งในครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันอาจเกิดเหตุสลด อย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งให้ทาง เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันระงับเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ ได้มอบเงินรางวัลจำนวน 5 พันบาท ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกิตติธรถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ก่อน ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.อ. สุเรวัช บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ธีรภัทร์ พงษ์เจริญธรรม ผบ.หมู่ (ป) สน.บางเขน และส.ต.ต.ก้องเกียรติ ทองเพ็ชร ผบ.หมู่ (ป.) สน.บางเขน ว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้ 2 คนหลังพยายามขัดขืนการจับกุมและยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัวจนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 39 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ. อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท. อำนาจ หาญชนะ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ สวป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่ เกิดเหตุภายในพื้นที่รกร้าง บริเวณกลางซอยดังกล่าว พบเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 คน เป็นเยาวชน ชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ขาว ทะเบียน 5 กท 8607 กรุงเทพมหานคร และผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายกิตติธร กิตวิทยาเดชา อายุ 18 ปี นอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 เข้าบริเวณต้นแขนขวาทะลุ 1 นัด ห่างออกไปพบอาวุธปืนเถื่อนไทยประดิษฐ์ตกอยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลย เดช เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน ซึ่งแพทย์รักษาอาการจนพ้นขีดอันตราย
ด.ต.ธีรภัทร์เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกับส.ต.ต.ก้องเกียรติออกปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งได้รับแจ้งจากทางคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ว่าให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยขี่รถ จยย.วนเวียนมีท่าทีมีพิรุธเกรงว่าจะเกิดอันตราย และเมื่อมาถึงช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 39 แยก 1 และแยก 3 ได้พบวัยรุ่น 2 คนขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายกันมาซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงขออนุญาตเพื่อเข้าตรวจค้นตามปกติ แต่ระหว่างนั้นผู้ซ้อนท้ายทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร จู่ๆ ได้รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงขี่รถ จยย.สายตรวจออกตามสกัดมาจนถึงพื้นที่รกร้างดังกล่าว ส่วนนายเอทางส.ต.ต.ก้องเกียรติควบคุมตัวเอาไว้
ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า ขณะนายกิตติธรจวนตัวและวิ่งมาถึงทางตันผู้ต้องหาได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อตน หวังจะยิงเปิดทางเพื่อหลบหนี แต่ระหว่างนั้นตนสามารถชักอาวุธปืนประจำกายได้เร็วกว่าก่อนยิงเพื่อป้องกัน ตัว กระทั่งกระสุนไปถูกเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาของผู้ต้องหาจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนก็ตกลงอยู่กับพื้น จากนั้นจึงประสานให้ทางอาสาสมัครมูลนิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.อ.อำนาจกล่าวว่า จากการสอบสวนนายเอรับสารภาพว่าพร้อมกับนายกิตติธรมาดักรอคู่อริซึ่งศึกษา อยู่ชั้นปีที่ 1 ภายในสถาบันดังกล่าว โดยผลัดกันซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนขณะนั้นเป็นผู้ซ้อนท้ายและถืออาวุธปืนพบคู่อริเดินออก มาแต่ไม่ได้ยิง เนื่องจากมีคนพลุกพล่านเกรงว่าคนอื่นจะถูกลูกหลง จึงให้นายกิตติธรขี่รถวนออกมาก่อนเปลี่ยนให้นายกิตติธรเป็นผู้ซ้อนท้าย กระทั่งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.เจริญกล่าวว่า ขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ซึ่งต้องมีความอดทนและต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการระงับเหตุ ซึ่งในครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันอาจเกิดเหตุสลด อย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งให้ทาง เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันระงับเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ ได้มอบเงินรางวัลจำนวน 5 พันบาท ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกิตติธรถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ก่อน ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป
loading...
0 comments:
Post a Comment